Module 2

Your First
AI Research Task

ให้ AI อ่านเรื่องที่เราสนใจ แล้วพิสูจน์ด้วยตนเองว่าคำตอบส่วนไหนมาจากหลักฐาน ส่วนไหนเป็นการตีความ และส่วนไหนยังไม่ควรเชื่อ

LO

สิ่งที่จะทำได้

ไม่ได้แค่รู้ว่า AI ทำอะไรได้ แต่รู้ว่าจะตรวจมันอย่างไร

01 · Prepareเปลี่ยน PDF รูปภาพ และเอกสารเป็น Markdown ที่ค้นและตรวจได้
02 · Readแยกข้อเท็จจริง ความเห็น คำวิจารณ์ และข้อสรุป
03 · Challengeจับคำตอบที่ไม่มีข้อมูลรองรับและถาม AI ให้ชี้แจง
04 · Deliverปรับ prompt แล้วสร้างรายงาน Markdown และ PDF

การเตรียมตัวก่อนเรียน

ของต้องมีก่อนเรียน

เตรียมเรื่องที่สนใจ

ก่อนวันเรียน เลือกเอกสารที่เปิดเผยและใช้กับ AI ได้ประมาณ 6–8 ชิ้น รวม 15–20 หน้า เช่น ข่าว รายงาน บทความ หรือบทวิจารณ์ หากมี 10–15 ชิ้น แต่ละชิ้นควรสั้นประมาณครึ่งหน้าถึงหนึ่งหน้า เพื่อให้เรายังอ่านตรวจต้นฉบับเองได้

ไฟล์ต้นฉบับ

วาง PDF, DOCX, TXT หรือรูปภาพไว้ใน input/original/ และเก็บไฟล์นี้ไว้เสมอ

ไฟล์สำหรับ AI

เครื่องมือใน Workspace จะดึงข้อความหรือ OCR ไทย–อังกฤษ แล้วสร้างสำเนาใน input/markdown/

ขอบเขตข้อมูล

ไม่ใช้ข้อมูลลับ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ห้ามเปิดเผย หรือเอกสารที่ไม่มีสิทธิ์นำเข้าสู่บริการ AI

ก่อนเข้าชั้น: วางไฟล์ไว้ใน input/original/ ให้เรียบร้อย แต่ยังไม่ต้องสรุปหรือใช้ AI วิเคราะห์ เราจะนำเข้า ตรวจ และทดลองกับไฟล์ชุดเดียวกันในชั้นเรียน

ภาษากลางของบทนี้

จัดคำตอบเป็น L1–L4

L1

พบโดยตรง

ตัวเลข วันที่ คำพูด หรือข้อความที่ชี้กลับไปยังไฟล์และตำแหน่งในต้นฉบับได้

L2

ความเห็นในต้นฉบับ

การตีความ คำวิจารณ์ หรือข้อสรุปของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง

L3

การสังเคราะห์

ข้อสังเกตที่ AI หรือเราสร้างจากหลายเอกสาร ต้องอธิบายเหตุผลและให้มนุษย์ตรวจ

L4

ยังไม่มีหลักฐาน

คำตอบใหม่ การคาดการณ์ หรือสาเหตุที่เอกสารชุดนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ ต้องระบุว่าไม่ทราบหรือไปค้นเพิ่ม

กิจกรรมหลัก · เปรียบเทียบสองรอบ

คำตอบเปลี่ยนอย่างไรเมื่อกำหนดหลักฐานให้ชัด

ใช้เอกสารชุดเดียวกันถาม AI สองรอบ รอบแรกใช้คำถามสั้นเพื่อดูพฤติกรรมตามธรรมชาติ จากนั้นตรวจคำตอบกับต้นฉบับ แล้วเขียนคำสั่งรอบใหม่ที่ระบุวิธีใช้หลักฐานให้ชัดเพื่อเปรียบเทียบผล

ช่วงที่ 1 · ดูคำตอบก่อนกำหนดกติกา

  1. 01
    แปลงเอกสารเป็นข้อความที่ค้นได้

    คุณทำ: วางเอกสารใน input/original/ แล้วส่งคำสั่งด้านล่างให้ AI หลังทำเสร็จ เปิดไฟล์ Markdown อย่างน้อยหนึ่งไฟล์เทียบกับต้นฉบับ โดยเฉพาะข้อความที่ผ่าน OCR

    ข้อความด้านล่างเป็นคำสั่งเตรียมไฟล์ ไม่ใช่คำถามวิจัย

    งาน: เตรียมเอกสารให้ค้นข้อความได้ 1. ตรวจไฟล์ทั้งหมดใน input/original/ 2. ใช้เครื่องมือที่มีใน Workspace สร้าง Markdown ใน input/markdown/ 3. รายงานว่าไฟล์ใดใช้ OCR 4. ระบุส่วนที่ฉันควรเปิดเทียบกับต้นฉบับ ห้ามแก้ ลบ หรือเขียนทับไฟล์ต้นฉบับ เมื่อเสร็จ ให้แสดงรายชื่อไฟล์ที่สร้างและรอฉันตรวจ
  2. 02
    ขอคำตอบรอบแรก

    ส่งให้ AI: ใช้ Prompt สั้นด้านล่างโดยยังไม่เพิ่มกติกาเรื่องแหล่งที่มา เก็บคำตอบนี้ไว้เป็นผลรอบแรกสำหรับเปรียบเทียบภายหลัง

    อ่านเอกสารทั้งหมดใน input/markdown/ แล้วสรุปประเด็นสำคัญของเรื่องที่ฉันสนใจ

ช่วงที่ 2 · ตรวจคำตอบกับต้นฉบับ

  1. 03
    แยกคำตอบออกเป็นข้ออ้างที่ตรวจได้

    ส่งให้ AI: ให้ AI เลือกข้ออ้าง 8–10 ข้อและถามเพื่อตรวจทีละข้อ แต่ยังไม่ให้เฉลยระดับ L1–L4 คุณเป็นคนเปิดต้นฉบับและตอบเองก่อน

    งาน: แยกคำตอบก่อนหน้าเป็นข้ออ้างที่ตรวจได้ เลือกข้อความสำคัญ 8–10 ข้อจากคำตอบของคุณ ตรวจทีละข้อ โดยถามฉันตามลำดับ: 1. พบข้อความนี้โดยตรงในไฟล์ใดและตำแหน่งใด 2. ข้อความนี้เป็นข้อเท็จจริง หรือเป็นความเห็นของใคร 3. ต้องเชื่อมข้อมูลจากหลายเอกสารจึงจะสรุปได้หรือไม่ 4. มีคำหรือส่วนใดเกินข้อมูลที่เอกสารให้ไว้หรือไม่ กติกา: - ถามทีละหนึ่งข้ออ้างและรอคำตอบของฉัน - ยังไม่ต้องเฉลยหรือจัดระดับ L1–L4 - เมื่อฉันตอบครบ 8–10 ข้อแล้ว ให้สรุปคำตอบของฉันเป็นตาราง - จากนั้นหยุดและรอให้ฉันตรวจตารางก่อนทำขั้นต่อไป
  2. 04
    ตรวจและจัด L1–L4 ด้วยตนเอง

    ผู้เรียนทำ: เปิดต้นฉบับตรวจ Claims ทีละข้อ บันทึกระดับ L1–L4 เหตุผล ชื่อไฟล์ และตำแหน่งที่พบ ขั้นนี้ไม่มี Prompt ให้คัดลอก เพราะผู้เรียนต้องตัดสินจากหลักฐานเอง

  3. 05
    ทดสอบคำถามที่เอกสารตอบไม่ได้

    ผู้เรียนทำ: เขียนและส่งคำถามของตนเองสองข้อ ข้อหนึ่งถามข้อมูลที่ไม่มีในเอกสาร อีกข้อถามสาเหตุหรือการคาดการณ์ แล้วสังเกตว่า AI ยอมรับว่าไม่รู้ ระบุว่าเป็นการอนุมาน หรือแต่งคำตอบ ขั้นนี้ไม่มี Prompt สำเร็จรูป เพราะคำถามต้องสัมพันธ์กับเอกสารของผู้เรียน

  4. 06
    ให้ AI ตรวจคำตอบของตัวเอง

    ส่งให้ AI: ขอให้แยกข้อความที่มีหลักฐาน การอนุมาน และข้อความที่ไม่มีหลักฐาน แล้วเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุณตรวจในข้อ 4–5

    งาน: ตรวจคำตอบก่อนหน้ากับเอกสารต้นทาง ตรวจทีละข้อและจัดเป็น: 1. อ้างจากเอกสารโดยตรง 2. เป็นการอนุมานจากหลายข้อความ 3. ยังไม่มีหลักฐานรองรับ หากคำตอบเติมข้อมูลขึ้นมา: - ชี้ข้อความที่เติม - อธิบายว่าเหตุใดจึงตอบเช่นนั้น - แก้คำตอบโดยไม่ทำให้สิ่งที่ยังไม่รู้ดูเหมือนข้อเท็จจริง แสดงผลเป็นตารางและรอฉันตรวจ

ช่วงที่ 3 · ปรับคำสั่งแล้วเปรียบเทียบผล

  1. 07
    เขียน Prompt รอบสองด้วยตนเอง

    ผู้เรียนทำ: เขียน Prompt ใหม่ให้มีงานที่ต้องการ ขอบเขตไฟล์ รูปแบบคำตอบ วิธีระบุแหล่งที่มา และกติกาเมื่อไม่พบข้อมูล ขั้นนี้ไม่มีข้อความให้คัดลอก เพราะเป้าหมายคือให้ผู้เรียนแก้จุดอ่อนที่ตนพบจากรอบแรก

  2. 08
    ใช้ Prompt รอบสองและเปรียบเทียบ

    ผู้เรียนทำ: ส่ง Prompt ที่เขียนในข้อ 7 แล้วเปรียบเทียบกับรอบแรก โดยดูจำนวน Claims ที่ตรวจย้อนกลับได้ ข้อความที่ไม่มีหลักฐาน การแยกข้อเท็จจริงกับความเห็น และจำนวนครั้งที่ต้องถามซ้ำ

  3. 09
    เปรียบเทียบการจัด L1–L4 กับ AI

    ส่งให้ AI หลังจากคุณตอบเองแล้ว: ขอผลจัดระดับเป็นตาราง จากนั้นเปิดต้นฉบับตรวจเฉพาะข้อที่เห็นต่างกัน AI ทำหน้าที่เป็นคู่เปรียบเทียบ ไม่ใช่เฉลยสุดท้าย

    งาน: เปรียบเทียบการจัดระดับ L1–L4 ตอนนี้ฉันจัดระดับ 8–10 ข้ออ้างด้วยตนเองครบแล้ว สร้างตารางที่มี: - ข้ออ้าง - ระดับ L1–L4 ที่ AI เสนอ - เหตุผล - ชื่อไฟล์และตำแหน่งที่รองรับ - ความมั่นใจ เปรียบเทียบกับคำตอบของฉัน และอธิบายเฉพาะข้อที่เห็นต่างกัน กติกา: - หากหาแหล่งรองรับไม่ได้ ให้จัดเป็น L4 - ห้ามใช้ความรู้ภายนอก - เตือนให้ฉันเปิดต้นฉบับตรวจผลอีกครั้ง
  4. 10
    บันทึกผลการทดลองเป็นรายงาน

    ส่งให้ AI: หลังคุณตรวจและอนุมัติข้อมูลแล้ว ใช้คำสั่งนี้รวบรวมผลเป็น Markdown และ PDF

    ข้อความด้านล่างเป็นคำสั่งสร้างชิ้นงาน ไม่ใช่ Prompt สำหรับวิเคราะห์หลักฐานรอบใหม่

    งาน: สร้างรายงานสรุปการทดลองใช้ AI กับหลักฐาน สร้าง output/first-ai-research-task.md โดยมี: 1. คำถามที่สนใจ 2. ผลจาก Prompt รอบแรก 3. ผลตรวจข้ออ้าง 8–10 ข้อด้วย L1–L4 4. คำถามที่เอกสารตอบไม่ได้ 5. Prompt รอบสอง 6. ตารางเปรียบเทียบก่อน–หลัง 7. จุดที่คำตอบของฉันกับ AI เห็นต่างกัน 8. ข้อสรุปว่างานใดให้ AI ทำได้ งานใดต้องตรวจ และงานใดฉันต้องตัดสินใจเอง ใช้เฉพาะข้อมูลที่ฉันตรวจและอนุมัติแล้ว จากนั้นสร้าง output/first-ai-research-task.pdf ด้วยแม่แบบ A4 ภาษาไทยใน Workspace

Checkpoint

จบบทเรียน

ติ๊กเมื่อคุณตรวจชิ้นงานและอธิบายหลักฐานของแต่ละข้อได้ ระบบจะจำสถานะไว้ในเบราว์เซอร์นี้

AI ทำอะไรได้แค่ไหน? AI ช่วยอ่าน จัดหมวด เปรียบเทียบ สังเคราะห์ และร่างเอกสารได้ แต่คำตอบที่สำคัญต้องชี้กลับไปยังหลักฐานได้ การตีความต้องถูกระบุว่าเป็นการตีความ และเรื่องที่ไม่มีข้อมูลต้องไม่ถูกแต่งให้ดูเหมือนข้อเท็จจริง

ความสำเร็จ 0%